อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง บอสมิน-บอสแซม คดีดิไอคอน ชี้พฤติการณ์ชัดไม่ใช่แค่พรีเซนเตอร์
อัยการสูงสุดมีคำสั่งเด็ดขาดสั่งฟ้อง “บอสมิน-บอสแซม” คดีดิไอคอน กรุ๊ป 5 ข้อหาหนัก ชี้พฤติการณ์ร่วมขบวนการชักชวนลงทุน เตรียมนำตัวส่งฟ้องศาลอาญาทันที
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ได้ข้อสรุปชี้ขาดเห็นชอบตามความเห็นแย้งของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สั่งฟ้อง “บอสมิน” พีชญา วัฒนามนตรี และ “บอสแซม” ยุรนันท์ ภมรมนตรี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและข้อหาอื่น ๆ รวม 5 ข้อหาหลัก เช่นเดียวกับกลุ่มบอสรายใหญ่ โดยมีประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การสั่งฟ้องดังนี้:
- พฤติการณ์ชักจูง: พบหลักฐานการขึ้นเวทีพูดโน้มน้าวใจและชักชวนให้ประชาชนร่วมลงทุน ซึ่งเกินขอบเขตงานพรีเซนเตอร์ปกติ
- ค่าตอบแทนสูงผิดปกติ: ตรวจสอบพบรายได้และผลประโยชน์ตอบแทนที่เชื่อมโยงกับยอดการรับสมัครสมาชิก
- ความเห็นแย้งจาก DSI: อธิบดี DSI ยืนยันพยานหลักฐานชี้ชัดว่าทั้งคู่รับรู้แผนธุรกิจ และบทบาทมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นจนเกิดความเสียหายวงกว้าง
- ความเกี่ยวเนื่องทางคดี: หากไม่สั่งฟ้องในคดีแรก จะส่งผลกระทบต่อสำนวนคดีที่ 2 (ความผิดนอกราชอาณาจักร) ที่กำลังดำเนินการอยู่
เหตุผลการสั่งฟ้อง บอสมิน-บอสแซม
คดีนี้เป็นที่จับตามองอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการคดีพิเศษเคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยมองว่าทั้งสองคนทำหน้าที่เพียงขายสินค้าตามสัญญาจ้าง แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ทำความเห็นแย้งกลับไป โดยระบุว่าจากพยานหลักฐานเชิงลึกพบว่า ทั้งบอสมินและบอสแซมมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ “ดิไอคอน กรุ๊ป” ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้บริหาร
พฤติการณ์สำคัญคือการใช้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือส่วนตัว มาเป็นเครื่องมือในการการันตีความมั่นคงของธุรกิจ ซึ่งเข้าข่ายการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นอกจากนี้ ข้อมูลทางการเงินยังแสดงให้เห็นถึงการจัดสรรผลประโยชน์ที่เป็นสัดส่วนโดยตรงจากเม็ดเงินของผู้เสียหาย ไม่ใช่เพียงค่าตัวจากการรับจ้างโฆษณาตามปกติ ทำให้ศาลต้องเป็นผู้พิจารณาความผิดในขั้นตอนถัดไป
สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ อัยการคดีพิเศษจะทำการนัดหมายผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาตามขั้นตอนกฎหมาย หากมีการเบี้ยวหรือไม่มาตามนัด ทาง DSI มีอำนาจตามคำสั่งอัยการในการติดตามตัวส่งมอบเพื่อดำเนินคดีทันที
จุดยืนของ DSI และผลกระทบต่อเครือข่ายดิไอคอน
การสั่งฟ้องในครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะก้าวสำคัญของฝั่งพนักงานสอบสวน DSI ที่ยืนหยัดในพยานหลักฐานตั้งแต่เริ่มต้น โดยย้ำว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง การชี้ขาดของอัยการสูงสุดในครั้งนี้จะทำให้สำนวนคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดิไอคอนมีความรัดกุมมากขึ้น และเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับการจ้างดารานักแสดงมาเป็นหน้าตาให้กับธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ในอนาคต